แบลคมอร์ส ลูทีน-วิส 60 แคปซูล
– 1 ขวด บรรจุ 60 แคปซูล
– ผลิตภัณฑ์ของบริษัทแบลคมอร์สจำกัด
สรรพคุณ
1. บำรุงสายตาด้วยสารอาหารจากธรรมชาติ
2. ลดอาการจอประสาทตาเสี่ยม
3. ช่วยลดอาการของตาต้อกระจก
4. ซีลีเนียมมีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ
วิธีรับประทาน : พร้อมอาหาร วันละ 1 แคปซูล ทุกวัน
– ส่วนประกอบที่สำคัญ : ใน 1 แคปซูล ประกอบด้วย
1. ลูทีน 6 มก.
2. จากสารสกัดดอกดาวเรือง 80 มก.
3. ซีลีโนเมไธโอนีน 64.5 มคก.
4. ซีลีเนียม 26 มคก.
5. น้ำมันปลาทูน่า 101 มก.
กินลูทีนอย่างไรให้ปลอดภัยและได้ประโยชน์
- รับประทานอาหารเสริมลูทีนไม่เกินวันละประมาณ 7-15 มิลลิกรัม
- สตรีมีครรภ์และผู้ที่ให้นมบุตรควรเลี่ยงการบริโภคอาหารเสริมลูทีน แต่รับประทานผักหรือผลไม้ที่อุดมไปด้วยลูทีนแทน
- ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของเซลล์เยื่อเมือกที่สร้างสารคัดหลั่งหรือโรคซิสติก ไฟโบรซิส (Cystic Fibrosis) ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้อาหารเสริมลูทีน เนื่องจากร่างกายของผู้ป่วยอาจดูดซึมสารแคโรทีนอยด์ได้น้อยและส่งผลให้มีระดับลูทีนในเลือดต่ำได้
ลูทีน (Lutein) และ ซีแซนทีน (Zeaxanthin)
- เป็นสารแคโรทีนอยด์ และพบได้ในบริเวณดวงตา โดยเฉพาะตรงบริเวณเลนส์ตาและจอรับภาพตา
- ในธรรมชาติแม้จะมีแคโรทีนอยด์ มากกว่า 600 ชนิด แต่มีเพียงสาร 2 ชนิดนี้เท่านั้น ที่พบในจุดรับภาพของจอตา
- ทำหน้าที่ช่วยกรองหรือป้องกันรังสีจากแสงแดดที่เป็น อันตรายต่อดวงตา
- ช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลาย โดยการลดอนุมูลอิสระ
- ทำหน้าที่บำรุงตา ทำให้จอตาไม่เสื่อมเร็ว เพราะฉะนั้นใครที่อยากถนอมสายตาไว้ ใช้งานนานๆ ก็ต้องทานผักผลไม้ สีเหลือง และสีเขียวเข้ม
แหล่งที่พบ ลูทีน และ ซีแซนทีน ในธรรมชาติ
- ดอกดาวเรือง
- โกจิเบอร์รี่(เก๋ากี้) แล้ว ยังพบใน
- กะหล่ำ
- ผักโขม
- ถั่วลันเตา
- ต้นอ่อนกะหล่ำดาว
- ถั่วพิสตาชิโอ
- บรอกโคลี
- ข้าวโพด
- ไข่
- แครอท
- ผักคะน้า
- ผักบุ้ง
- ผักปวยเล้ง
- ผักกาดหอม
- ผักโขม
- แตงกวาทั้งเปลือก
- ซูกินีทั้งเปลือก
- ถั่วแขก
- อะโวคาโด
- มัสตาร์ด
- ฟักทอง
การบริโภคพืชผักที่มีลูทีนและชีแซนทีน มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคต้อกระจก และโรคจุดรับภาพเสื่อม
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่
อัตราค่าจัดส่ง
เราคิดค่าจัดส่งตามน้ำหนักสินค้าคะ ไม่มีขั้นต่ำของยอดซื้อ ลูกค้าซื้อสินค้าเพียง 1 ชิ้นเราก็บริการจัดส่งให้คะ
การบริบาลเภสัชกรรม
การบริบาลเภสัชกรรม หมายถึง ความรับผิดชอบของเภสัชกรที่มีต่อการใช้ยาของผู้ป่วย เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ถูกต้องและเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วย









